ครูแป๋ม ครูต้น บนสะพานลอย นาโคก
จิตใฝ่ดี บอกเราว่า..ให้ใช้ปัญญาซิ อย่ามัวแต่บ่น โวยวาย ตีโพยตีพาย ต้องแก้ปัญหา
หาทางออกที่ดีกว่า เราได้เลือก...ที่เดินทางแล้ว...
สายตาเรามองไปที่สะพานลอยคนข้าม เขียนว่า...นาโคก แวะถามแม่ค้าขายเกลือ...
...พี่ครับ ข้ามสะพานลอยนี้ไป อุทยาน ร.๒ ได้หรือเปล่าพี่...
...ได้ซิ ตรงไปเจอทางรถไฟ ลัดไป สิบกว่าโล... พี่ใจดีส่งสำเนียงท้องถิ่น
...แล้วนี้มาจากไหน ละเนี้ย... ...โอ้โหกรุงเทพ เลยเหรอ จะไปไหนกัน....
...ไปอัมพวา ครับ... ขอบพระคุณนะครับพี่ พี่ชื่ออะไรครับ...
...บอกไป คุณก็ไม่จำ... ...นี้ (มือชี้) จำนี้ สะพานลอย ฉันอยู่ทุกวันล่ะ...
...อ้อ พี่สะพานลอย ขอบใจครับ..
ความรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวังหมดไป ความสนุกเข้ามาแทน สนุกที่พี่ใจดี บอกให้จำสะพานลอย
เรื่องง่ายๆ คิดง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เราจำแกได้ ตลอดชีวิต เมื่อผ่านสะพานลอยนี้
ยกรถขึ้นสะพานลอย ไม่ใช่ง่ายๆ ต้องช่วยกัน รถจักรยานรุ่นใหม่จะเบา แต่สัมภาระหนักกว่าตัวรถ
ทุลักทุเลพอสมควร แต่สนุกดี ได้พักไปในตัว ลมเย็นๆ มาพร้อมกับกลิ่นหอมๆของเกลือ
เป็นกลิ่นนาเกลือ ที่หอมแบบที่มันเป็น แต่ก่อนขับรถมากลับไม่ชอบกลิ่นนี้ไม่เคยแม้แต่จะแวะซื้อเกลือ
คือ อยากไปให้มันเร็วๆ รีบๆไปให้พ้น....มันเป็นความสุขที่ถูกละเลย
เราคิดกันใหม่ว่า เราจะไปช้าๆไม่ต้องรีบ สองข้างทาง คือนาเกลือ คือพื้นที่ว่างๆ
สูดหายใจให้เต็มปอด ....ปั่นมาได้ สักสิบกิโล เจอศาลาข้างทาง พักสักครู่ดีกว่า

ศาลา (ลาดใหญ่ สมุทรสงคราม)
เราหยิบกล้วยน้ำว้า อาหารว่างสำหรับนักปั่นออกมา แบ่งกัน... สักพักก็มีเพื่อนร่วมชายคาศาลา มาหลบแดดกล้าหน้าร้อนเดือนเมษา
พี่ขี่มอไซค์รับจ้าง มาก่อน ทักทายเราทันที.. มาแต่ไหนครับนี้...
มาเที่ยวครับพี่ ...ขอถามทางหน่อยครับ พวกเราจะไปอัมพวา ไปยังไงถึงจะใกล้ครับ...
...โน้นทางใหญ่ปกติ ดีแล้ว เข้าไปในหมู่บ้าน มันมี ทางแยก ทางซอยเยอะ แล้วมัน..อู้..ลม (ภาษาโบราญ) ปั่นแล้วจะช้า
...ปั่นเที่ยวเนี้ยดี น้ำมันแพง ประหยัดดี เออ แล้วข้าวสมัครมันแพง เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ไม่เคยเจอ... พี่เขาว่าไปเรื่อยๆ
เราคุยกันนาน จนพี่อีกคนมาสมทบ เป็นคนดายหญ้า คนนี้คุยสนุก อารมณ์ดีสุภาพ
แต่ดื่มเหล้าขาวไป พร้อมๆกับมวนใบจาก
...เอาเงินที่ไหนมากินเหล้าครับพี่... ...ดายหญ้า สามวันร้อย เดือนหนึงกินที เหม็นมั้ย ผม หลบๆหน่อย...
...ตามสบายครับพี่ มันอู้ลม... ๕๕๕๕ พวกเราหัวเราะพร้อมกัน
...ตกลงได้เดือนละพัน แล้วอยู่ได้หรือครับพี่... เราถามต่อ
...โอ้ย!!..เหลือ มากินเหล้าขาว นี่ไง ตัวคนเดียว ลูกเมียไม่มี...สบายเดี๋ยวก็ตายแล้ว..
เรายิ้ม ชอบใจในคำตอบ เรียบๆซื่อๆ
ถ้าไม่ได้ขี่จักรยานมา จะได้ยินได้ฟังปรัชญาคนดายหญ้าหรือ??
..ถ้าไม่เหลือไม่กิน(เหล้า) ไม่ขอใคร คนเราจะอยู่ได้นานแค่ไหน เดี๋ยวก็ตายแล้ว..
ใครพูดไม่จำ แต่พี่ดายหญ้าพูดเราจำ
มนุษย์ มีศักดิ์มีศรี เคารพตัวเอง รู้จักพอ ไม่เบียดเบียนคนอื่น
แก่บอกอะไรกับเราอีกมากมาย เราใจฉ่ำชื่น เหมือนมีน้ำเย็นๆ มาประโลมใจ
เราปั่นจักรยานตรงมาอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร ก็ถึงทางแยกแล้วก็เลี้ยวขวาเข้าแม่กลอง ทั้งสองข้างทางมีคนเล่นน้ำตลอดทางบางคนก็มีปืน ฉีดน้ำ มีขัน มีถัง บางคนก็ขับมอเตอร์ไซด์ บางคนก็นั่งหลังกระบะ มีทั้งคนเมาและคนไม่เมา ครูแหลมโบกมือขอทางมาตลอดทางก็เลยทำให้เราไม่เปียกน้ำกันสักคน ตามแผนที่เราต้องผ่านวัดบางน้อย วัดบางใหญ่ ตลาดน้ำ และร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด